Entry ชั่วคราว

posted on 09 Sep 2009 15:39 by pawin35

เนื่องด้วยกระผมเคยเเขียนบล็อกที่เว็บ Exteen แห่งนี้มาระยะนึง และได้หยุดไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากตอนนั้ Screen reader ของผม ไม่รองรับเว็บ Exteen และช่วงนั้นไม่มีอะไรจะอัพ (มุกตันนั่นเอง) เลยหยุดเล่นไป

แต่ตอนนี้ผมสามารถใช้เว็บ Exteen ได้ปกติแล้ว ประกอบกับช่วงนี้รู้สึกอยากกลับมาเขียนใหม่ ตอนนี้ผมเลยกำลังตัดสินใจว่าจะกลับมาเขียนใหม่ดีหรือไม่ จึงขอค้างหน้านี้เอาไว้ก่อนนะครับ(เพื่อแสดงว่าบล็อกใช้ได้)

ปวินท์
22nd, october 2009

สวัสดีครับ เหอะๆ หายไปนานอีกแล้ว
ช่วงนี้กำลังบ้าเห่อ Codec H264 AVC
เนื่องจากผมได้ไฟล์หนังที่เป็น H264 มา แล้วก็พบว่า มันชัด แล้วก็คุณภาพดีมากๆ (เสียงด้วย) ในขนาดที่เล็กเหลือเชื่อ
ผมเลยอยากจะเอาหนังที่มันเต็มๆ เครื่องอยู่ในขณะนี้ มาทำเป็น H264 บ้าง
ช่วงนี้เลยศึกษาแต่เรื่องนี้ อย่างเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว
แล้วในที่สุดผมก็ใช้ MEGUI ได้ อิอิ
ช่วงนี้เลยบ้าเห่อ นั่ง Encode เช้า - เย็น ไม่ได้ทำอะไรเลยอะ -"
อ้อ แล้ว H264 เนี่ย ทำนานมากๆ การ์ตูน 25 นาทีผมทำประมาณ 4 ชม. แล้วเวลาทำเนี่ย ใช้คอมไม่ได้ด้วย -"
ไม่รวมเวลาที่ต้องนั่งตัดหนัง (ด้วยมือ) อีก 15 นาที ทำ AVS Script อีก 5-10 นาที ตั้งค่า+คำนวน Bitrate อีก 5-10 นาที -"
ทำให้ห่างหายจากบล๊อกไปพักใหญ่
อัพเดตนิดนึง
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา(12 เดือนนี้) ผมก็ได้มีโอกาศเข้าร่วมงานวันมิสคอลฟิลด์อีกครั้ง
เป็นงานที่จัดที่โรงเรียนสอนคนตาบอด(โรงเรียนผมนะแหละ ฮา) ถึงตอนเช้าๆ จะไม่ค่อยมีอะไร (สำหรับผมนะ) เพราะมีแต่การทำพิธีทางศารสนา ตั้งแต่ 8 โมง (พิธีมิซซา) 9 โมง (กล่าวเปิดงาน) 10 โมง (ถวายอาหารเพญ)
แต่ตอนบ่ายคุ้มมากๆ (สำหรับผมอีกนะแหละ) ตอนบ่ายเป็นการ เสวนา เกี่ยวกับเรื่องประวัติของมิสคอลฟิลด์
ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับท่านขึ้นมาเอยะเลย (จากที่ไม่ค่อยรู้อะไรเลย --) กำลังนึกเสียดายที่ไม่ได้หาอะไรไปอัดไว้นะเนี่ย
คนที่เป็นคนเล่า ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะเป็นอาจารย์ วิมล ท่านเล่าได้สนุกๆ มากๆ รู้สึกว่า 1 ชม. ครึ่งนี่มันเร็วจังเลย
ประวัติมิสเจนีวีฟ คอลฟิลดิ์ (ลอกเขามานะ)

 สุภาพสตรีตาบอดชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่เมือง ซันฟอร์ด
รัฐเวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2515 ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อท่านอายุได้ 2 เดือนเกิดอุบัติเหตุยาหกเข้าตา จึงทำให้ท่านต้องกลายเป็นเด็กตาพิการ
ไปตลอดชีวิต แต่ท่านได้รับการอบรมเหมือนเด็กปกติจาก ครอบครัวและโรงเรียน มิสคอลฟิลด์ได้รับการศึกษาจนจบขั้นปริญญาโทจากมหาวิมยาลัยโคลัมเบียนิวยอร์ค

เมื่อพ.ศ. 2466 ท่านได้ไปประเทศญี่ปุ่นด้วยเจตนารมณ์ ที่จะสร้างความเข้าใจ
กันระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกัน โดยท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษใน
โรงเรียนมัธยมชาย(ตาดี) และคนทั่วไป พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรม
ของคนตาบอดที่นั่น เพราะประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่แล้วหลายโรงเรียน

ในปี พ.ศ. 2479 มิสคอลฟิวด์ ได้มาเยี่ยมเยียนประเทศไทยเพื่อขออนุญาติรัฐบาลไทย จัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลไทยในสมัยนั้นก็มิได้ขัดข้อง
แต่ไม่สามารถให้การ
สนับสนุนได้ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้น ท่านจึงกลับไปประเทศญี่ปุ่นและอเมริกา เพื่อรวบรวมทุนและอุปกรณ์สำหรับคนตาบอดและได้กลับมาประเทศ
ไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ. 2481 (ขณะนั้นท่านอายุได้ 50 ปี) เพื่อเตรียมการเปิดโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้น ณ
ซอยกอชเช่ ศาลาแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2482 งานครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนจาก
นักเรียนและข้าราชการไทยที่มิสคอลฟิลด์ได้พบเมื่อยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมิตรสหาย ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
อีกมากมาย และหลังจากนั้น มิสคอลฟิลด์กับคณะได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น (10 พฤษภาคม 2482) ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า "มูลนิธิ
ช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์" มิส เจนีเวฟ คอลฟิลด์ ได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังใจ ความคิด
และบางครั้งท่านก็ได้สละทรัพย์สินส่วนตัวแก่คนตาบอด ท่านไม่มีมรดก ไม่มีเงินเดือน รายได้ที่นำมาเลี้ยงตนเอง ก็ได้
มาจากการเขียนหนังสือ และสอนภาษาอังกฤษแก่คนตาดี รางวัลที่มีคุณค่าที่สุดที่ได้รับเมื่อยังมีชีวิต คือ เครื่องราช-
อิสริยาภรณ์ (จ.ม.) จากประเทศไทย เหรียญตราจากประเทศญี่ปุ่น รางวัลแม็กไซไซจากประเทศฟิลิปปินส์ และเหรียญ
เสรีภาพจากประเทศสหรัฐอเมริการรางวัลเหล่านั้นมิได้ทำให้ท่านภาคภูมิใจเท่ากับรางวัลความรัก ความเทิดทูนกตัญญู
กตเวทีที่ศิษย์ตาบอดมอบให้แด่ท่าน รวมทั้งความสำเร็จในด้านการศึกษาของคนตาบอดขยายกว้างออกไกลไปกว่าที่เป็น
อยู่ อยากให้มีโรงเรียนสอนคนตาบอดมากขึ้น มีในทุกภาคของประเทศท่านอยากเห็นคนพิการทั้งหลายในประเทศ (โดย
เฉพาะคนตาบอด) ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร้อยเปอร์เซนต์ มีสิทธิเสมอภาคตามกฎหมายทัดเทียมกับคนปกติ มิสคอล-
ฟิลด์พยายามพบปะบุคคลในทุกวงการต่าง ๆ ชี้แจงให้เเขาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ท่านอยากเห็นคนตาบอด
ได้เข้ารับราชการเหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ เพราะกฎหมายไทยถือว่าคนพิการทุพลภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้ และในกฎ ก.พ. ห้ามมิให้คนพิการเข้ารับราชการจนกระทั่งปี พ.ศ. 2518 จึงได้มีการแก่กฎหมายให้คนพิการเข้ารับ
ราชการได้ คำสอนอันล้ำค่าที่ท่านให้ไว้แก่คนตาบอด คือ "จงรู้จักให้มากกว่าเป็นผู้รับฝ่ายเดียว"


ต่อมา ขอตัดอารมณ์จากเรื่องดีๆ มาเข้าเรื่องเซ็งๆ ของผมนะ
เรื่อง HDD เป็นอันรู้กันว่า EXT HDD 320 G ผม ได้ลาโลกไปพร้อมกับข้อมูลกว่า 300 G เต็มลูก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากอะไรก็ไม่ทราบได้ แต่สันนิฐานว่าตัว Box น่าจะไม่ดี ประกอบกับไฟไม่นิ่ง เลยเกิดการช๊อตของแผงวงจร
โอเค หลังจากนั้นผมก็ได้ส่ง HDD ตัวนี้ซ่อมกับทางร้าน แต่ Box คงไม่ซ่อมแล้ว HDD ของผมเป็นของ Seagate ผมส่งซ่อมไปประมาณกลางๆ เดือนตุลา
หลังจากส่งซ่อมแล้วจนถึงกลางเดือนพฤศจิกา ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้า เพราะทาง Dcom ไม่มีของ (ช่วงนี้ HDD ขาดตลาด)
จนเมื่อต้นเดือนนี่เอง ทางร้านติดต่อผมมาว่า ทาง Dcom ยังไม่มี HDD ที่รุ่นเดียวกับผม จึงจะขอเปลี่ยนรุ่น เป็น 320G IDE แทน (เดิมผมเป็น S-ata)
จากจุดตรงนี้ทำให้เริ่มเซ็งเล็กๆ ก็คอมผมมันใส่ IDE ได้ที่ใหนเล่า จึงพยายามเจรจากับทางร้าน
จนทางร้านเขาเสนอผมมาว่า เขาจะ Accepe เอา HDD ตัวนี้กับทาง Dcom ไป แล้วเขาจะหา HDD ที่เป็น S-ata ให้ใหม่
ผมก็ตกลงตามนั้น เพราะๆม่งั้นก็คงไม่ได้สักที เพราะรอมาเดือนกว่าแล้ว ผมเองแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้นสังกัด (Dcom) ถึงไม่มีของ
หลังจากนั้นทางร้านก็หา HDD ให้ผมได้โดยเป็นรุ่น Hitachi 400 G S-ata (ทางร้านแจ้งไว้อย่างงี้) โดยบอกว่าผมต้องเพิ่มเงินจำนวนนึง
หลังจากที่ผมได้หาข้อมูลกับเพื่อนๆ หลายๆคนในบอร์ดแห่งนึงได้พอสมควร ผมก็ตกลงเอา HDD ตัวนี้
ล่าสุดวันศุกร์ ได้ไปเอาของซะที ตกลงบวกเงินค่า HDD + ค่าซื้อ Box ใหม่ (ไม่กล้าใช้ของเก่าแล้วแหละ กำชับเขาไปเลยว่า ขอแบบเกรดดีๆ ราคาแพงไม่เป็นไร)
วันนั้นจ่ายไป 1250 ค่า HDD 200 (บวกจาก 3500 ของ 320 G ตัวเก่า)
แต่หลังจากกลับมาบ้านก็สังเกตุว่า ทำไมกล่องมันเขียนว่า IDE หว่า (ที่บ้านช่วยดูให้) ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แล้วก็ต่อ HDD กับคอม
หลังจากต่อติด ผมก็ระดมโปรแกรมเช็คข้อมูลต่างๆ ในคอมเช็ค HDD ตัวนี้ทันที
อ้อ บอกก่อนนะครับว่าทางร้านเขาเอา HDD ใส่ Box มาให้เลย แต่เดียวผมจะเอามาแกะใส่เครื่องอีกที แล้วจะเอา HDD อีกตัวใส่ Box ผมก็บอกทางร้านไปแล้วว่าจะเอา Box มาใส่กับอีกตัว สงสัยทางร้านจะลืม
ต่อๆ หลังจากเช็คแล้ว อ้าว นี่มัน IDE นี่นา (เซ็งจริงๆ แล้วนะเนี่ย) จำได้ใหมครับว่าเครื่องผมใส่ IDE ไม่ได้
หลังจากนั้นผมก็โทรไปที่ร้าน แจ้งเขาตามนั้น เขาก็บอกว่า ที่ให้ IDE ไปเพราะ S-ata มันมีปัญหา เสียบแล้วมองไม่เห็น ตอนนี้ S-ata มันยังไม่เสถียน บราๆๆ
ผมก็โอเคๆ ตกลง iDE ดีกว่า ผมก็ใช้ IDE แต่ใส่ Box ก็ได้ ทางร้านก็ โอเค แต่บอกผมว่า ให้ลองใช้สัก 3 วัน ถ้าจะเปลี่ยนก็เอามาเปลี่ยนได้ (ยังดีที่เขาให้เปลี่ยน)
ผมก็โอเค ขี้เกียจมานั่งตามเรื่องไปมาแล้ว หลังจากรอมา 2 เดือนเต็มๆ ผมก็ได้ HDD คืน เย้ๆ
แต่ ถ้าคิดว่ามันจะจบละก็ หึๆ คิดผอิดครับ เพราะหลังจากผมลอง Coppy ข้อมูลลง HDD แล้วก็พบว่ามัน Coppy ได้เร็วดี แล้วก็ปิดไป
หลังจากนั้นอีกแป๊บ ก็จะมาเปิดอีกรอบเพื่อก๊อปข้อมูลตัวจริงใส่ลงไป แต่ มันเปิดไม่ติดแล้วครับท่าน
ลองเปิดแรกๆ ก็ Windows not regounise อยู่นั่นแหละ เช็คปลัก เช็คสายก็ปกติ Restart เครื่องก็ไม่หาย (ระหว่างนั้นผมไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ไปกินข้าว 5 นาที HDD ก็ไม่มีใครขยับ)
หลังจากลองไปเรื่อยๆ ตอนหลังๆ เลยเป็น Windows fale to connect ไปซะงั้น
ยังไม่รู้แน่ชัดหรอกว่ามันเสียหรือปล่าว เพราะพึ่งได้มา ชม. เดียวเอง แต่หลังจากนั้นวันเสาร์ ผมก็เอาไปเปลี่ยนเลยอะครับ บอกเอาแบบ S-ata ตามเดิม
ตอนนี้ก็ต้องรออีกและ เห้อ
วันนี้อัพยาวและ พอก่อนดีกว่า

edit @ 16 Dec 2007 17:24:23 by ลูกแมวสีฟ้า

อัพเดตรายอาทิตย์

posted on 02 Dec 2007 21:11 by pawin35 in Blind, Computer, Diary

สวัสดีครับ หายไปนาน วันนี้มีอะไรจะเล่าให้ฟังครับ
คือผมเป็นคนชอบดูหนัง กับ การ์ตูน
แล้วเมื่อก่อนผมชอบบ่นๆ กับตัวเองบ่อยๆ ว่า "ทำไมไม่มีใครทำโปรแกรมอ่าน Subtitle น้า"
เพราะผมจะมีปัญหาทันทีเวลาเจอหนัง Soundtrack
จนพอดีเมื่อวาน พอดีเรื่องเริ่มจาก ที่เว็บบอร์ดแห่งนึง มีคน คนนึง ไปถามปัญหาเรื่อง KMPlayer
[KMPlayer เป็นโปรแกรมประเภทเล่นไฟล์หนังสารภัดประโยชน์ คล้ายๆ กับ K-lite]
ปกติผมไม่ได้ใช้โปรแกรมนี้ แล้วก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยน เพราะตัว MPC ของ K-lite ก็เข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้ว
แต่วันนั้นไม่รู้ยังไง คิดว่า ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยกะจะเอาโปรแกรมตัวนี้มาแงะๆ เล่น)เผื่อแก้ปัญหาของคนที่ถามได้ด้วย)
แล้วผมก็จัดการโหลดตัว Portable มา เป็นแบบไม่ต้องติดตั้ง ใช้ได้เลย
หลังจากลองใช้ ก็พบว่า บางอย่างคนตาบอดยังดูไม่ได้เหมือน MPC (เช่นเวลาที่เล่นไปแล้ว) แต่ Shotcut ต่างๆ ก็นับว่าดีเลยทีเดียว
ต่อมา ด้วยความอยากรู้ว่ามันเล่น H264 ได้หรือปล่าว ผมก็เลยไปดู Specification ของมันในเว็บผู้ผลิต
แล้วผมก็เห็นบรรทัดนึง มันสะดุดตา(หู) ผมมาก นั่นคือ "TTS : Read subtitle"
[TTS คือ Text to speech นั่นเอง ดังนั้นตอนนั้นผมจึงเข้าใจประโยคนี้ว่า ใช้ TTS อ่าน Subtitle]
ด้วยความที่สงสัยมาก เลยกลับมาที่โปรแกรม คลำไป คลำมา ก็ไปเจอฟังชั่นนี้อยู่ใน Menu ตัวเลือก ลอง Enable ดู
แล้วเป็นไฟล์หนังที่มี Sub (Textsub) ปรากฏว่า มันอ่านครับท่าน
เสียง Sam ขึ้นมาเลย ผมยังลองต่อไป ลองเเปลี่ยน Synthesizer เป็นตัว PPATaTip แล้วลองให้มันอ่านภาษาไทย
มันก็อ่านได้จริงๆ ด้วย เสียงขึ้นพร้อมที่หนังมันพูดเดี้ยๆ (แต่จบไม่พร้อมกันนะ) แถมอ่านภาษาไทยชัดด้วย (ตอนแรกนึกว่าจะเป็นตัวอ่านไม่ออก)
แต่ขอจำกัดที่ผมพบคือ วิธีนี้ สามารถใช้ได้กับ Sub ที่เป็น Textsub เท่านั้น
[Textsub คือ Soft sub (Sub แยก ไม่รวมอยู่ในหนัง) แบบนึง ซึ่งเก็บข้อมูล Sub ในรูปตัวหนังสือ ขนาดไฟล์เล็ก สามารถใช้ Notepad เปิด และแก้ไขได้ ส่วนใหญ่นามสะกุล *.SRT *.SSA ต่างจากอีกแบบคือ
Vobsub เป็น Sub ที่เก็บข้อมูลในรูปแบบรูปภาพ ไฟล์จะเป็นไฟล์ *.IDX+*.SUB]
ยังไงดีละครับ คือแบบดีใจสุดๆ คือหาโปรแกรมที่ทำอย่างงี้ได้มานานแล้ว
ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความสามารถใหม่ก็เถอะ
แต่ข้อเสียคือ Sub ที่บ้านเราใช้ส่วนใหญ่มันเป็น Vobsub อะจิ เวลาจะใช้งานจริง ต้องเอา Vobsub มาทำ OCR เปลี่ยนเป็น STR อีกที (มันเสียเวลาตรงนั่งสอนโปรแกรมมันทำ OCR นั่นแหละ)

เอาละครับ ต่อไปเป็นการสรุปชีวิตใน 1 สัปดาห์
เริ่มแรก เรื่องคอม
หลังจากทราบเรื่องน่ายินดีของผมไปแล้ว มาทราบเรื่องน่าทุกข์ใจของผมดูบ้าง
เรื่องมีอยู่ว่า วันอังคาร ผมนึกคลึ้มอก คลึ้มใจอะไรก็ไม่รู้
ไปหยิบ HDD Centernal มาเช็ค HDD (เห็นเขาเช็คกันเยอะ)
ผลการเช็ค ผมมี HDD 4 ลลูก
ลูกแรก 100 % ยอดเยี่ยม
ลูก 2 100 % ยอดเยี่ม
ลูก 3 100 % ยอดเยี่ยม
แต่ลูก 4 86 % ???
เลื่อนลงไปอีกนิด กำ มันบอกว่า HDD ผมมี Bad sector 9 จุด
เครียดเลย คือ HDD  อีกตัว พึ่งจะเสีย(แบบกู้ข้อมูลไม่ได้) แล้วก็ส่งเคลมไปเมื่อเดือนที่แล้ว (แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้)
ถ้าตัวนี้เกิดเป็นอะไรนี่ ผมไม่มี Backup เลยนะเนี่ย -"
ต่อไป ในโรงเรียน
ช่วงนี้ที่โรงเรียนมีแต่กิจกรรม เอ่อ แต่น่าจะเป็นทั้งเดือนมากกว่า เดือนนี้ผมนับได้ 5 และ -"
เล่าเรื่องในอาทิตย์
เริ่มแรก วันพุธ ที่โรงเรียนมีประกวดการ อ่าน / เขียน อักษรเเบลล์ ทั้ง ไทย อังกฤษ เลข
โดยครูจะให้คำ / ตัวเลข มาหนึ่งชุด แล้วเราก็เอาคำเนี้ย เขียนให้ได้มากที่สุด แล้วก็ผิดน้อยที่สุด
ตอนแรกก็เขียนภาษาไทย โจทย์ คือ มิสคอลฟิลด์ (หมวด ภาษาไทย ไหงครูให้คำทับทรัพท์ภาษาอังกฤษมาละเนี่ย)
ผลคือ ได้ 3 เสลด 2 บรรทัด + ผิดประมาณ 4 คำ (ถือว่าเยอะ)
ต่อมา ภาษาอังกฤษ โจทย์คือ Question (ให้เขียนคำนี้ + สะกดเอง)
ผลคือ ผมสะกดได้สบาย (เพราะชอบอ่านภาษาอังกฤษ) แต่...คนอื่นๆ ในห้องเขากลัวภาษาอังกฤษกัน ส่วนใหญ่เลยสะกดไม่ได้
ผล ผมได้ 3 เสลด 3 บรรทัด ผิดประมาณ 1 คำ (มั้ง จำได้แค่นี้)
ต่อมา สอบอ่านภาษาอังกฤษ โขจทย์คือ
   Pom is twenty years old
he was born on apure 13 1977
his hometown is chon buri
he's small and slim
his got small eyes and big nose
he likes to wear a headband
he not handsome but he's very friendly
he play the keyboard
his favorite color is blue
โดยทั้งหมดนี้เขียนเป็นตัวย่อทั้งหมด ซึ่งผมสามารถอ่านได้ทั้งหมด
แต่ขอบอกว่ารู้สึกเจ็บใจมาก เพราะด้วยความรีบ + ความลน ทำให้ผมอ่านข้ามคำว่า headband ไปอ่านคำว่า handsome
เลยกลายเป็น He likes to wear a handsome -"
แต่ยังโอเคอยู่(มั้ง)
ตอนบ่ายเป็นภาษาไทย ขอบอกว่า อ่านช้ามากๆ แต่อ่านออกเสียงได้ เสียง ร ได้
เสียคืออ่านช้านี่แหละ
วันพฤหัส ยังไม่มีอะไร
วันศุกร์ หยุดเรียน ด้วยเหตุคือพอดีคนที่บ้านไปส่งไม่ได้
แต่หลังจากนั้น ตอนเย็น เพื่อนก็โทรมาบอกว่า ผมได้รางวัลอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ (อ้าววว กำ)
ไกล้จบและ อาทิตย์นี้มีเรื่องเยอะไปหน่อย
ต่อไปวันเสาร์ ^^ อีกรอบ วันนี้ได้ดู List การ์ตูนปีหน้าของ Rose แล้วขอบอกว่า โดนมากๆ
เพราะมันมีเรื่องที่ผมอยากดูอยู่หลายเรื่อง (รวม Haruhi ด้วย) + แถมด้วยเรื่องที่ผมต้องเก็บให้ได้อีกนึงเรื่อง (ก็ที่ลงทุนสัง OST มันไปนั่นแหละ ของก็พึ่งได้รับอาทิตย์นี้เหมือนกัน รอดปลอดภัยดี ไม่โดนภาษี ^^)
แต่บางคนบอกว่า Rose ไม่ค่อยดี อันนี้ผมก็ไม่รู้ แต่ผมไม่ค่อยสนใจค่ายอะ ^^ เก็บของแท้ไว้ก่อน
เอาละ จบและ ปรบมือดังๆ ให้คนที่อ่านสิ่งที่ผมเขียนจบ (จะมีไม้?)
ช่วงนี้อากาศก็ยังหนาวอยู่(มากๆ) ก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
สวัสดีครับ