สวัสดีครับ เหอะๆ หายไปนานอีกแล้ว
ช่วงนี้กำลังบ้าเห่อ Codec H264 AVC
เนื่องจากผมได้ไฟล์หนังที่เป็น H264 มา แล้วก็พบว่า มันชัด แล้วก็คุณภาพดีมากๆ (เสียงด้วย) ในขนาดที่เล็กเหลือเชื่อ
ผมเลยอยากจะเอาหนังที่มันเต็มๆ เครื่องอยู่ในขณะนี้ มาทำเป็น H264 บ้าง
ช่วงนี้เลยศึกษาแต่เรื่องนี้ อย่างเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว
แล้วในที่สุดผมก็ใช้ MEGUI ได้ อิอิ
ช่วงนี้เลยบ้าเห่อ นั่ง Encode เช้า - เย็น ไม่ได้ทำอะไรเลยอะ -"
อ้อ แล้ว H264 เนี่ย ทำนานมากๆ การ์ตูน 25 นาทีผมทำประมาณ 4 ชม. แล้วเวลาทำเนี่ย ใช้คอมไม่ได้ด้วย -"
ไม่รวมเวลาที่ต้องนั่งตัดหนัง (ด้วยมือ) อีก 15 นาที ทำ AVS Script อีก 5-10 นาที ตั้งค่า+คำนวน Bitrate อีก 5-10 นาที -"
ทำให้ห่างหายจากบล๊อกไปพักใหญ่
อัพเดตนิดนึง
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา(12 เดือนนี้) ผมก็ได้มีโอกาศเข้าร่วมงานวันมิสคอลฟิลด์อีกครั้ง
เป็นงานที่จัดที่โรงเรียนสอนคนตาบอด(โรงเรียนผมนะแหละ ฮา) ถึงตอนเช้าๆ จะไม่ค่อยมีอะไร (สำหรับผมนะ) เพราะมีแต่การทำพิธีทางศารสนา ตั้งแต่ 8 โมง (พิธีมิซซา) 9 โมง (กล่าวเปิดงาน) 10 โมง (ถวายอาหารเพญ)
แต่ตอนบ่ายคุ้มมากๆ (สำหรับผมอีกนะแหละ) ตอนบ่ายเป็นการ เสวนา เกี่ยวกับเรื่องประวัติของมิสคอลฟิลด์
ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับท่านขึ้นมาเอยะเลย (จากที่ไม่ค่อยรู้อะไรเลย --) กำลังนึกเสียดายที่ไม่ได้หาอะไรไปอัดไว้นะเนี่ย
คนที่เป็นคนเล่า ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะเป็นอาจารย์ วิมล ท่านเล่าได้สนุกๆ มากๆ รู้สึกว่า 1 ชม. ครึ่งนี่มันเร็วจังเลย
ประวัติมิสเจนีวีฟ คอลฟิลดิ์ (ลอกเขามานะ)

 สุภาพสตรีตาบอดชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่เมือง ซันฟอร์ด
รัฐเวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2515 ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อท่านอายุได้ 2 เดือนเกิดอุบัติเหตุยาหกเข้าตา จึงทำให้ท่านต้องกลายเป็นเด็กตาพิการ
ไปตลอดชีวิต แต่ท่านได้รับการอบรมเหมือนเด็กปกติจาก ครอบครัวและโรงเรียน มิสคอลฟิลด์ได้รับการศึกษาจนจบขั้นปริญญาโทจากมหาวิมยาลัยโคลัมเบียนิวยอร์ค

เมื่อพ.ศ. 2466 ท่านได้ไปประเทศญี่ปุ่นด้วยเจตนารมณ์ ที่จะสร้างความเข้าใจ
กันระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกัน โดยท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษใน
โรงเรียนมัธยมชาย(ตาดี) และคนทั่วไป พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรม
ของคนตาบอดที่นั่น เพราะประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนคนตาบอดอยู่แล้วหลายโรงเรียน

ในปี พ.ศ. 2479 มิสคอลฟิวด์ ได้มาเยี่ยมเยียนประเทศไทยเพื่อขออนุญาติรัฐบาลไทย จัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลไทยในสมัยนั้นก็มิได้ขัดข้อง
แต่ไม่สามารถให้การ
สนับสนุนได้ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้น ท่านจึงกลับไปประเทศญี่ปุ่นและอเมริกา เพื่อรวบรวมทุนและอุปกรณ์สำหรับคนตาบอดและได้กลับมาประเทศ
ไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ. 2481 (ขณะนั้นท่านอายุได้ 50 ปี) เพื่อเตรียมการเปิดโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้น ณ
ซอยกอชเช่ ศาลาแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2482 งานครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนจาก
นักเรียนและข้าราชการไทยที่มิสคอลฟิลด์ได้พบเมื่อยังอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมิตรสหาย ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
อีกมากมาย และหลังจากนั้น มิสคอลฟิลด์กับคณะได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น (10 พฤษภาคม 2482) ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า "มูลนิธิ
ช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์" มิส เจนีเวฟ คอลฟิลด์ ได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังใจ ความคิด
และบางครั้งท่านก็ได้สละทรัพย์สินส่วนตัวแก่คนตาบอด ท่านไม่มีมรดก ไม่มีเงินเดือน รายได้ที่นำมาเลี้ยงตนเอง ก็ได้
มาจากการเขียนหนังสือ และสอนภาษาอังกฤษแก่คนตาดี รางวัลที่มีคุณค่าที่สุดที่ได้รับเมื่อยังมีชีวิต คือ เครื่องราช-
อิสริยาภรณ์ (จ.ม.) จากประเทศไทย เหรียญตราจากประเทศญี่ปุ่น รางวัลแม็กไซไซจากประเทศฟิลิปปินส์ และเหรียญ
เสรีภาพจากประเทศสหรัฐอเมริการรางวัลเหล่านั้นมิได้ทำให้ท่านภาคภูมิใจเท่ากับรางวัลความรัก ความเทิดทูนกตัญญู
กตเวทีที่ศิษย์ตาบอดมอบให้แด่ท่าน รวมทั้งความสำเร็จในด้านการศึกษาของคนตาบอดขยายกว้างออกไกลไปกว่าที่เป็น
อยู่ อยากให้มีโรงเรียนสอนคนตาบอดมากขึ้น มีในทุกภาคของประเทศท่านอยากเห็นคนพิการทั้งหลายในประเทศ (โดย
เฉพาะคนตาบอด) ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร้อยเปอร์เซนต์ มีสิทธิเสมอภาคตามกฎหมายทัดเทียมกับคนปกติ มิสคอล-
ฟิลด์พยายามพบปะบุคคลในทุกวงการต่าง ๆ ชี้แจงให้เเขาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ท่านอยากเห็นคนตาบอด
ได้เข้ารับราชการเหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ เพราะกฎหมายไทยถือว่าคนพิการทุพลภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้ และในกฎ ก.พ. ห้ามมิให้คนพิการเข้ารับราชการจนกระทั่งปี พ.ศ. 2518 จึงได้มีการแก่กฎหมายให้คนพิการเข้ารับ
ราชการได้ คำสอนอันล้ำค่าที่ท่านให้ไว้แก่คนตาบอด คือ "จงรู้จักให้มากกว่าเป็นผู้รับฝ่ายเดียว"


ต่อมา ขอตัดอารมณ์จากเรื่องดีๆ มาเข้าเรื่องเซ็งๆ ของผมนะ
เรื่อง HDD เป็นอันรู้กันว่า EXT HDD 320 G ผม ได้ลาโลกไปพร้อมกับข้อมูลกว่า 300 G เต็มลูก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากอะไรก็ไม่ทราบได้ แต่สันนิฐานว่าตัว Box น่าจะไม่ดี ประกอบกับไฟไม่นิ่ง เลยเกิดการช๊อตของแผงวงจร
โอเค หลังจากนั้นผมก็ได้ส่ง HDD ตัวนี้ซ่อมกับทางร้าน แต่ Box คงไม่ซ่อมแล้ว HDD ของผมเป็นของ Seagate ผมส่งซ่อมไปประมาณกลางๆ เดือนตุลา
หลังจากส่งซ่อมแล้วจนถึงกลางเดือนพฤศจิกา ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้า เพราะทาง Dcom ไม่มีของ (ช่วงนี้ HDD ขาดตลาด)
จนเมื่อต้นเดือนนี่เอง ทางร้านติดต่อผมมาว่า ทาง Dcom ยังไม่มี HDD ที่รุ่นเดียวกับผม จึงจะขอเปลี่ยนรุ่น เป็น 320G IDE แทน (เดิมผมเป็น S-ata)
จากจุดตรงนี้ทำให้เริ่มเซ็งเล็กๆ ก็คอมผมมันใส่ IDE ได้ที่ใหนเล่า จึงพยายามเจรจากับทางร้าน
จนทางร้านเขาเสนอผมมาว่า เขาจะ Accepe เอา HDD ตัวนี้กับทาง Dcom ไป แล้วเขาจะหา HDD ที่เป็น S-ata ให้ใหม่
ผมก็ตกลงตามนั้น เพราะๆม่งั้นก็คงไม่ได้สักที เพราะรอมาเดือนกว่าแล้ว ผมเองแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้นสังกัด (Dcom) ถึงไม่มีของ
หลังจากนั้นทางร้านก็หา HDD ให้ผมได้โดยเป็นรุ่น Hitachi 400 G S-ata (ทางร้านแจ้งไว้อย่างงี้) โดยบอกว่าผมต้องเพิ่มเงินจำนวนนึง
หลังจากที่ผมได้หาข้อมูลกับเพื่อนๆ หลายๆคนในบอร์ดแห่งนึงได้พอสมควร ผมก็ตกลงเอา HDD ตัวนี้
ล่าสุดวันศุกร์ ได้ไปเอาของซะที ตกลงบวกเงินค่า HDD + ค่าซื้อ Box ใหม่ (ไม่กล้าใช้ของเก่าแล้วแหละ กำชับเขาไปเลยว่า ขอแบบเกรดดีๆ ราคาแพงไม่เป็นไร)
วันนั้นจ่ายไป 1250 ค่า HDD 200 (บวกจาก 3500 ของ 320 G ตัวเก่า)
แต่หลังจากกลับมาบ้านก็สังเกตุว่า ทำไมกล่องมันเขียนว่า IDE หว่า (ที่บ้านช่วยดูให้) ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แล้วก็ต่อ HDD กับคอม
หลังจากต่อติด ผมก็ระดมโปรแกรมเช็คข้อมูลต่างๆ ในคอมเช็ค HDD ตัวนี้ทันที
อ้อ บอกก่อนนะครับว่าทางร้านเขาเอา HDD ใส่ Box มาให้เลย แต่เดียวผมจะเอามาแกะใส่เครื่องอีกที แล้วจะเอา HDD อีกตัวใส่ Box ผมก็บอกทางร้านไปแล้วว่าจะเอา Box มาใส่กับอีกตัว สงสัยทางร้านจะลืม
ต่อๆ หลังจากเช็คแล้ว อ้าว นี่มัน IDE นี่นา (เซ็งจริงๆ แล้วนะเนี่ย) จำได้ใหมครับว่าเครื่องผมใส่ IDE ไม่ได้
หลังจากนั้นผมก็โทรไปที่ร้าน แจ้งเขาตามนั้น เขาก็บอกว่า ที่ให้ IDE ไปเพราะ S-ata มันมีปัญหา เสียบแล้วมองไม่เห็น ตอนนี้ S-ata มันยังไม่เสถียน บราๆๆ
ผมก็โอเคๆ ตกลง iDE ดีกว่า ผมก็ใช้ IDE แต่ใส่ Box ก็ได้ ทางร้านก็ โอเค แต่บอกผมว่า ให้ลองใช้สัก 3 วัน ถ้าจะเปลี่ยนก็เอามาเปลี่ยนได้ (ยังดีที่เขาให้เปลี่ยน)
ผมก็โอเค ขี้เกียจมานั่งตามเรื่องไปมาแล้ว หลังจากรอมา 2 เดือนเต็มๆ ผมก็ได้ HDD คืน เย้ๆ
แต่ ถ้าคิดว่ามันจะจบละก็ หึๆ คิดผอิดครับ เพราะหลังจากผมลอง Coppy ข้อมูลลง HDD แล้วก็พบว่ามัน Coppy ได้เร็วดี แล้วก็ปิดไป
หลังจากนั้นอีกแป๊บ ก็จะมาเปิดอีกรอบเพื่อก๊อปข้อมูลตัวจริงใส่ลงไป แต่ มันเปิดไม่ติดแล้วครับท่าน
ลองเปิดแรกๆ ก็ Windows not regounise อยู่นั่นแหละ เช็คปลัก เช็คสายก็ปกติ Restart เครื่องก็ไม่หาย (ระหว่างนั้นผมไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ไปกินข้าว 5 นาที HDD ก็ไม่มีใครขยับ)
หลังจากลองไปเรื่อยๆ ตอนหลังๆ เลยเป็น Windows fale to connect ไปซะงั้น
ยังไม่รู้แน่ชัดหรอกว่ามันเสียหรือปล่าว เพราะพึ่งได้มา ชม. เดียวเอง แต่หลังจากนั้นวันเสาร์ ผมก็เอาไปเปลี่ยนเลยอะครับ บอกเอาแบบ S-ata ตามเดิม
ตอนนี้ก็ต้องรออีกและ เห้อ
วันนี้อัพยาวและ พอก่อนดีกว่า

edit @ 16 Dec 2007 17:24:23 by ลูกแมวสีฟ้า

บอกได้คำเดียวว่า "เฮ้อ..."
เซ็งไปด้วยเลยจริงๆ

หายไปนานเหมือนกันนะเนี่ย

#3 By apple666 (Nopphasul) on 2008-03-08 19:50

อยากรู้เรื่อง มิสเจนนิวิฟคอลฟิลล์ ให้หาอนาจักษ์ภายในมาอ่านนะ

#2 By PjPancake on 2007-12-20 21:07

จะรู้มากกว่าพี่อีกน่ะนี่ sad smile

#1 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-12-18 19:12