Computer

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องชีวิตผม กับคอมพิวเตอร์นะครับ

คอมพิวเตอร์ ผมรู้จักมันครั้งแรกเมื่อไหร่ไม่รู้ เด็กมากๆ (หรือไม่ผมก็ลืมง่ายมากๆ)

ผมจำได้ว่าครั้งแรกๆ ผมได้เล่นคอมพิวเตอร์ (ไม่เชิงเล่น แค่จิ้มๆคีย์บอร์ดให้มีตัวหนังสือ จำได้ว่าผมได้เล่น Lotus123 Font ขนาดใหญ่พิเศษ ไม่งั้นผมไม่เห็น) ที่บ้านเพื่อนของแม่

ครั้งต่อมาน่าจะเป็นที่บ้านป้า จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่ใช่ Windows 95 น่าจะ 3.1 (จำได้ว่ามี Word หรืออะไรสักอย่างใช้พิมพ์งาน หน้าจอดำๆตัวหนังสือ ขาว ถ้าผมจำไม่ผิดนะ)

ต่อมาพ่อผมก็ซื้อ Com Po Q ให้ (คอมพิวเตอร์เด็กเล่น ใช้ต่อกับทีวี ใช้ตลับเสียบอะครับ)

ผมว่าจากไอ้นี่ละมั้งที่ทำให้ผมเริ่มรู้ว่า คอมมันทำอะไรได้ (อย่างน้อยมันก็บวกเลขร้อยล้านได้ละน่า)

อีกสาเหตุที่ทำให้ผมชอบคอม อาจจะเป็นเพราะผมชอบศึกษา

เมื่อก่อน TV Video เครื่องเสียง VCD แม้แต่มือถือ(ป้า+แม่ ตอนนั้นผมยังไม่มีมือถือ) ผมศึกษาทุกเมนูละครับ กดมันทุกอัน เริ่มจำคำภาษาอังกฤษ

ชอบลองอะไรไปเรื่อยๆ อ้อ มีอยู่ตอนนึง ผมลองไปลองมา ก็รู้ว่า Video มันมี 3 ช่องเสียง คือ L R กับว่างๆ (พอกดถึงตรงนี้มันไม่มีอะไรขึ้นนี่นา อ่อ ไม่ใช่ Stereo นะครับ อันนั้น LR)

แล้วไอ้ว่างๆเนี่ยมันสามารถอัดเสียงเราพูดลงไปได้ ผมเรียกว่าอัดเสียงทับตอนนั้นนะครับ และแล้วผมก็ลองทำดู ใส่เทป กดหยุด กดปุ่มอะไรสักอย่าง กดอัด กดหยุดอีกที โอ้ทำได้ครับท่าน (เสียงในเทปไม่หายไปนะครับ ถ้าเป็น LR L R ก็ยังมีเสียงเทปอยู่ ถ้าเป็นว่างๆจะเป็นเสียงเรา ใครรู้ตรงนี้ก็บอกผมด้วยก็ดีว่ามันคืออะไร)

พูดถึงเทป ขอนอกเรื่องนิด เมื่อก่อนผมเป็นอะไรไม่รู้ ชอบอัดรายการทีวี (ที่ตัวเองก็นั่งดูอยู่) ลงเทป พออัดแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ดูก็ตามก็จะไม่ลบเด็ดขาด (เปอร์เซ็นที่จะลบมี 1 % ถ้าต้องอัดอะไรสักอย่างอย่างด่วนแต่หาซื้อเทปไม่ทัน)

แล้วไม่ได้อัดรายการเดียวนะครับ อัดหลายรายการ อย่าง เมื่อก่อน การ์ตูนช่อง 9 ,รายการทำอาหาร เคาะกะทะ ของ อ.ยิ่งสัก ไม่รู้ผมจะอัดทำไม ไม่เข้าใจ ใช้เทปอาทิตย์ละ 2-3 ม้วน ม้วนละ 180 นาที (แต่ผมอัดแบบ LP+ตั้งใน VDO ว่าเป็น 300 นาที มันอัดได้ 5 ชม.เฉยเลย)

ผมทำอย่างข้างบนเป็นปีๆ ตอนนี้(ถ้าแม่ยังไม่ทิ้ง เพราะเครื่องเล่น VDO เสียแล้ว)ผมน่าจะมี VDO Tape มากกว่า 100 ม้วน (ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว)

เหตุการแบบข้างบนกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งกับ HDD ผมเอง ตอนนี้เพิ่มถึง 1.3 TB แล้วครับ

ต่อๆ ออกมหาสมุทรไปแล้ว ต่อมา ผมก็ได้คอมพิวเตอร์เด็กเล่นอีกเครื่อง แต่อันนี้ดีกว่าอันแรก มีใส่แผ่น Disk ด้วย (Diskจริงๆเลย) Save งานลงแผ่น Disk ได้ สามารถเรียกดูสื่อภาพในแผ่นได้

แต่อย่างที่บอกข้างบน ด้วยความชอบศึกษานี่เอง ชอบกดดูทุกอย่าง แล้ววันนึงก็ไปกดโดนคำสั่งอะไรสักอย่าง คล้ายๆ Format มั้ง ข้อมูลในแผ่นหายหมดเลย (เครื่องตัวนี้ใช้ฐานเป็น Dos อะครับ) เลยเสียไปเลยแผ่นนึง

เครื่องนี้ไม่ใส่ตลับก็เล่นได้ แต่ถ้าใส่ตลับจะเล่นได้เยอะกว่า (โปรแกรมฝึกคิดเลข (มีเป็น LV 0-9 มีเล่นธรรมดากับมีเวลากำหนด เล่นเสร็จมีบอกคะแนนกับข้อที่ผิดพร้อมคำตอบด้วย) โปรแกรมแต่งเพลง โปรแกรมพิมพ์ภาษาไทย พจนานุกรม ฝึกพิมพ์อังกฤษ ฯ)

จบตอนที่ 1

ต่อๆตอนที่ 2 นะครับ

ต่อมา คลาวนี้ได้คอมจริงๆและ ป้าผมจะซื้อคอมให้แม่ไว้ใช้ทำงาน

วันนั้นเราไป The mall บางแค ไปร้าน 108 OA ไปได้คอมมาเครื่องนึง ที่ร้านลงโปรแกรมมาให้เต็มหน้าจอเลย ถ้าจำไม่ผิด ตอนแรก Wallpaper เป็นรูปสัญลักษณ์ Intel

กลับบ้านมา ประกอบคอมกัน ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรเลย (ยังเข้าใจว่า กล่องที่ไว้ใส่อุปกรต่างๆเรียกว่า CPU อยู่เลย พึ่งมารู้ตอนหลังว่าเขาเรียกว่าเคส)

หลังจากนั้นป้าผมก็สอนแม่ผมใช้คอม ผมเริ่มหลงใหลคอมขึ้นมาจริงๆแล้ว นั่งแจมตลอดเลย (ดูอะครับ ตอนนั้นยังใช้ Win 98 อยู่เลย)

หลังจากนั้นลุงก็มาสอนแม่ผมใช้คอม (Power point) ผมนั่งดูอยู่ข้างๆ จดจำ จำว่า กดตรงนี้คือใส่ Clip art กดตรงนี้ใส่ตัวหนังสือ อันนี้เปลี่ยน Background

ต่อมา ผมก็เริ่มทำเอง ทำไปทำมา ถ้าผมจำไม่ผิด กลายเป็นคำว่า Happy new year มีรูป พระอาทิตย์กับบ้านมั้ง จำไม่ได้

แต่ ตอนนั้น Save งานไม่เป็น แม่โทรถามป้า แล้วบอกให้ผมทำตาม

แต่ตอนนั้น ผมยังไม่รู้จัก Drive C ,Harddisk ,My com/My doc ผมเลย Save ลงไปใน Floder อะไรสักอย่างใน Floder windows เฉยเลย

ตั้งแต่วันนั้นผมก็เริ่มศึกษาคอมพิวเตอร์ คนอื่นๆสอนมั่ง แต่ส่วนใหญ่ผมจะเรียนเอง เรียนจาก CD

ผมสั่งซื้อ CD เยอะมากตอนนั้นผมดูของ Thai animate ผมซื้อ

Windows 98 basic/network/internet (3 แผ่น) Office 4 แผ่น โปรแกรมละแผ่น

นอกนั้นยังมี Photo Shop ,3D Studio Max ,Crol draw และอีกมากมาย

แล้วผมก็เริ่มดู จำ ฝึก

ใช้ Internet (56 K) หาข้อมูล อ่านนู่นอ่านนี่

ตอนแรกผมต่อเองไม่เป็น ฝึกไป จำไป มันก็เป็นเอง

มีอยู่วันนึง เน็ตต่อไม่ได้ ป้าผมต้องมาดูให้ (ตอนนั้นยังอ่านภาษาอังกฤษไม่เก่ง(ป.1)+ยังอ่าน Eror Code ไม่เป็น)

ฝึกฝนมาเรื่อยๆ เปลี่ยนเป็น Windows ME ก็หาแผ่นสอนมาอีก Office 2000 ,Nero 6(ผมใช้เป็นแล้ว แต่อยากรู้จุดเล็กๆเผื่อผมไม่ทันนึก) ,adobe premeia ,partition magic+Norton ghost ,cakewalk ,Flash 5.0 ,VB 6.0 และอีกมากมาย

ฝึกฝน จดจำ เรียนรู้ (ไอ้ 3 ข้อนี่แหละ คอมพังไปหลายรอบ Format ไปก็หลายที ตอนแรกต้องให้คนอื่นทำให้ ต่อมาผมก็ทำเอง)

นั่นเป็นเรื่องเมื่อผมอยู่ ป.1 เมื่อ 5-6 ปีก่อน

ต่อจากนั้น ผมก็เริ่มทำอะไรยากขึ้น (อย่างเขียน VB) ทำอะไรเสี่ยงคอมพังมากขึ้น(อย่าง Registry editor)

เริ่มศึกษา Hardware ศึกษาทริสดีคอมพื้นฐาน อ่านบทความ (ช่วงนั้นเข้าๆออกๆ Thaiware นี่แหละ)

แล้วก็ทำตาม พอถึงช่วงหนึ่งผมก็เก็บตังซื้อ CD Writer ตอนนั้นแค่เขียน CD 24X ยัง 4000 กว่าๆเลย

ดังนั้นผมจึงกลายเป็นคนที่ติดคอม วันใหนไม่ได้เล่นนี่จะตายให้ได้ จนคอมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ผมแทบไม่ได้เล่นเกมในคอมเลย ในช่วง 3 ปีที่ใช้คอมเครื่องนี้ (ทั้งๆที่เวลาเพื่อนผมมาบ้าน เขามาเล่นเค้าเตอร์กัน )

แต่ช่วงหลังๆผมก็เริ่มเล่นนิดหน่อย ให้ทายว่าผมเล่นเกมอะไรในคอม เป็นเกมเดียวที่ผมเล่น

เฉลย Uif Tjn นั่นเอง (เป็นรหัส ให้ลดลงตัวนึง เช่น B เป็น A C เป็น B)

ต่อมา หลังจากใช้เครื่องนั้นได้ 3 ปีกว่าๆ เราก็ขายเครื่องนั้น ซื้อเครื่องใหม่

เครื่องนั้นซื้อมาเหยียบ 30000 ได้ จอ 17 CPU P4 1.3 Ghz RAM 128 MB/RDRam HDD 20GB/IDE VGA Onboard Sound Onboard NoLan CD 52X +CDwriter 48/24/12 (มั้ง)

ซื้อเครื่องใหม่ 30000 เหมือนกัน แต่ได้ จอ 17LCD(หนา) CPU P4 3.0E+HT RAM 512 Mb/DDR HDD 80GB/SATA (คนขายบอกซาต้า ผมงงเลย) VGA Nvdia GFoce FX 5500 Sound Onboard Lan 100 Mbps DVDCombo

โอ้ 3 ปี เปลี่ยนไปขนาดนี้เชียว

เนื่องจากคอมเครื่องนี้แรงกว่าเครื่องที่แล้ว ผมเลยทำอะไรได้สะดวกขึ้น แล้วอีก 1 ปี กว่าๆ เราก็ซื้ออีกเครื่อง เครื่องนี้แม่ยังใช้อยู่

แล้วผมก็ได้เครื่องที่ใช้ปัจจุบันนี้มา

สรุป คอม ตอนแรกกะจะให้แม่ใช้ ไปๆมาๆผมยึดครับ 555

โอ้ย วันนี้เขียนซะยาว ที่เขียนเรื่องนี้เพราะจะโยงไปเรื่องคอมพิวเตอร์ของคนตาบอด แต่ขอไว้บล๊อกน่านะครับ

สำหรับบล๊อกนี้ ขอสวัสดีครับ

ปล. ตอนพิมพ์ๆอยู่ได้ 2 หน้า คอมค้าง ดีที่ค้างไม่มาก ยังพอ Save งานได้ ไม่งั้นมีเซ็ง

สวัสดีครับ แห้ๆ หายไปนาน มาเล่าชีวิตผมต่อล่ะ

ย้อนกลับไป 2.5 ปีก่อน (2 ปี 6 เดือนนะแหละ) ในวันที่ผมจะไม่มีวันลืม วันที่ผมตาบอด
เล่าย่อๆ วันหนึ่งที่ผมไปหาหมอ หมอบอกผมว่ามีพังผืดเกาะที่จอประสาทตาผม หมอให้เราไปทำ OCR เช็คดู ก็เห็นมีจริงๆ
หมอให้เราตัดสินใจว่า จะผ่าออกหรือไม่ ถ้าไม่ผ่าออกในอนาคตจอประสาทตาก็จะขาด หรือถ้าผ่าก็มีเปอร์เซ็นสำเหร็จ 50 50 พวกเราตัดสินใจผ่า วันที่ 1 กุมพาพันธุ์
ผมเข้าห้องผ่าตัด หมอเอาพังผืดออกได้สำเร็จ หลังจากที่ผมกลับบ้าน ตาผมก็มืดลงมืดลง ผมไปหาหมออีกครั้ง หมอบอกว่า จอประสาทตามันลอกออกมาด้วย (มันโดนพังผืดดึงและยึดไว้ ตอนนี้มันไม่มีพังผืดยึดแล้ว)
หมอใส่น้ำมันเข้าไปในตา แล้วให้ผมนอนคว่ำตลอด 24 ชม. (เวลาผมนอนคว่ำ น้ำมันจะลอยขึ้นไปดันจอประสาทตาพอดี แต่ถ้าผมนอนหงาย น้ำมันจะไปดันกระจกตาแทน) ผมเลยต้องนอนคว่ำ 24 ชม.
ไม่ได้เล่นคอมเลยช่วงนั้น เซ็งมาก เครียดมาก 3 เดือนต่อมา บ้านเราเลยติด UBC ทำให้ดีขึ้นหน่อย (อย่างน้อยผมก็มีอะไรฟัง)
ผ่านไปสัก 6 7 เดือน ผมก็เริ่มนั่ง ทำตัวปรกติได้ แต่ผมก็ยังเล่นคอมไม่ได้ (ตอนนั้นไม่รู้จักโปรแกรมเสียง)

จนวันหนึ่ง ผมได้ฟังรายการวิทยุ (101 INN News channel) จำชื่อรายการไม่ได้ เกี่ยวกับ IT เขาพูดถึงโปรแกรมตาทิพย์
แล้วเขาก็บอก URL เว็ปไซต์ของสมาคม ผมให้แม่ลองเข้าไปดู เราจึงได้รู้กันว่า มีโปรแกรมอ่านหน้าจอสำหรับคนตาบอดด้วย
เราติดต่อไปที่สมาคม และได้ขอตัวโปรแกรมดังกล่าวจากสมาคม ตอนแรกมีคนมาลงให้ที่บ้าน แต่คอมบ้านผม ตอนนั้น เละมาก พวกเราเลยต้องยกคอมไปสมาคมเพื่อลง Windows ใหม่
แต่พอถึงสมาคมก็ลงไม่ได้อีก เพราะผมไม่ได้เอา Driver S-ATA กับ Sound card มา เดือดร้อนพี่ที่สมาคมต้องเข้า Internet ไปหามาให้ (ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ฟังเสียงโปรแกรมอ่านหน้าจอ ผมรู้สึกว่ามันเร็วมากๆ) การลงถ้าจะไม่เสร็จภายในวันนี้ พวกเราจึงกลับบ้านกัน และซื้อ ซีดี สอนการใช้คอมของคนตาบอดติดมือไปด้วย (สมาคมผลิต)

วันรุ่งขึ้นพ่อผมไปเอาคอมมาให้ ตอนแรกผมคิดว่าเสียงโปรแกรมอ่านหน้าจอฟังยากมาก (ตอนแรกความเร็วอยู่ที่ 15) ผมเริ่มศึกษาการใช้คอมอยู่ 2-3 วัน ผมก็สามารถใช้คอมได้
และในเวลาไม่นานผมก็สามารถใช้คอมได้คล่องขึ้น ตอนแรกที่ว่า ฟังยากๆก็ฟังง่ายขึ้น ผมเริ่มเพิ่มความเร็วเป็น 20 30 40 50 จนถึง 60 (ปัจจุบัน 65)
ไม่นาน ผมก็เริ่มใช้ฟังชั่นยากๆได้ เริ่มพลิกแพลงใช้กับโปรแกรมอื่นๆ (ที่ไม่ใช่โปรแกรมหลักๆ) ได้ เริ่มลงวินโดว์เองได้ ตอนนี้ เสียงโปรแกรมฟังชัดแล้ว
บล๊อกต่อไปจะมาบอกว่าไอ้ โปรแกรมอ่านหน้าจอ นี่มันคืออะไรกันแน่นะครับ
เดี๋ยวขอเขียนแป๊บนึง