สวัสดีครับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผม และ เพื่อนๆที่โรงเรียน ครู และอาสาสมัครวมเกือบ 70 ชีวิต ได้ออกเดินทางจากโรงเรียนสอนคนตาบอด ไปทัศนศึกษาที่พระราชวังบางปะอิน,กัน
ซึ่งการทัศนศึกษาครั้งนี้ มีทั้งเรื่องสนุกสนาน และเรื่องที่ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่(สำหรับผม)เนื่องจากเกิดเรื่องแปลกๆกับโทรศัพท์มือถือผม
ก่อนอื่นต้องเล่าถึงการทัศนศึกษาก่อน ผมตื่นเต้นกับการทัศนศึกษาครั้งนี้มาก เนื่องจากจะได้นั่งรถไฟ (คือที่อยากไปนี่ อยากนั่งรถไฟเป็นหลักอะครับ) เนื่องจาก ตั้งแต่เด็กผมก็อยากลองขึ้นรถไฟมาตลอดเลย (รวมทั้ง รถไฟฟ้า เรือ รถไฟไต้ดิน กับเครื่องบินด้วย) แต่ไม่มีโอกาศสักที เนื่องจากผมก็ไม่มีญาตพี่น้องอยู่ต่างจังหวัดเหมือนคนอื่นเขา แล้วบ้านผมเขาก็ไม่ค่อยชอบเที่ยวกันซะด้วย ตั้งแต่เกิดมาเลยยังไม่เคยขึ้นรถไฟเลย
เย็นวันพฤหัส ผมเข้านอนแต่หัวค่ำเนื่องจากพรุ่งนี้ต้องตื่นตี 4 เนื่องจากการไปทัศนศึกษาครั้งนี้เราไปเช้าเย็นกลับ เลยต้องออกแต่เช้านิดนึง
วันศุกร์ ผมตื่นมาประมาณตี 3 ครึ่ง แล้วก็มานั่งรื้อกระเป๋า เนื่องจากคุณครูบอกว่าให้เอาแค่ ซะเลดต์ ดินสอ กระดาษ กับไม้เท้าไปแค่นั้น ผมเลยต้องมานั่งรื้อของนอกจากนั้นออก (แล้วก็คิดว่าเราแบกของพวกนี้ไปได้ยังไงเนี่ย) เนื่องจากผมเป็นอะไรไม่ทราบ ตั้งแต่เข้าเรียนแรกๆตอน ป.1 แล้ว ชอบพกของใส่กระเป๋าเยอะๆ ชอบพกของไปเผื่อ ผมมีดินสอหลายแท่ง ยางลบหลายก้อน สมุด กับ หนังสือ ทุกวิชา ทั้งที่มีและไม่มีในวันนั้น ทำให้กระเป๋าผมหนักมาก แล้วของก็เยอะมาก ถึงตอนนี้ผมก็ยังทำอย่างนั้นอยู่ ไม่รู้มีไครเป็นแบบผมหรือปล่าว
เอาเป็นว่า ผมก็จัดตามที่ครูบอก แต่แอบแถมของลงไป 2 อย่างคือ กรรไกร กับ มือถือเครื่องเล็ก(ตัวถูกอะครับ) (ไอ้กรรไกรเนี่ยไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ไอ้มือถือนี่สิปัญหา) ผมจัดการใส่ไว้ที่ช่องข้างหน้าเป็นที่เรียบร้อย
ข้ามมาตอนตี 5 ครึ่ง ผมก็ออกเดินทางจากหอไปโรงเรียน เนื่องจากต้องไปรวมกับคนอื่นๆตอน 6 โมง
ผมไปถึงโรงเรียนตอน ตี 5 40 ผมไปรวมกับเพื่อนตอน 6 โมงกว่าๆ เพื่อรับขนมของว่าง กับ น้ำ พอ 6 โมงครึ่งเราก็เริ่มแบ่งกลุ่ม (อ้อ ผมลืมบอกไป การไปทัศนศึกษาครั้งนี้ ครูให้พวกเราแบ่งกันเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 3 คน แต่ละกลุ่มจะมีผู้ใหญ่ (ซึ่งก็คือ ผู้ปกครอง คุณครู หรืออาสาสมัค) ดูแลกลุ่มละ 1 คน เพื่อจะได้ดูแลนักเรียนได้อย่างไกล้ชิด (นักเรียนตาบอดซนนะคร้าบบบ หึหึ))
และพอเราแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ขึ้นรถBusไปสถานนีรถไฟ (คิดว่าจะไปไม่ทันซะแล้ว เพราะรถติดอยู่นานเลย) พอถึงสถานี เรารอกันสักพักรถไฟก็มา
แล้วพวกเราก็ขึ้นรถไฟ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีคนเดินขายของบนรถไฟเป็นระยะ คุณครูก็จะตะโกนบอกพวกเรา ระหว่างทางก็จะมีคุณครู และพี่ๆอาสาสมัคคอยอธิบายข้างทางให้พวกเราฟัง ส่วนผม เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเช้า เลยนั่งกินขนมบนรถไฟ อิอิ
เวลาผ่านไปจนถึงสถานีบางปะอิน พวกเราก็ลงจากรถไฟ แล้วต่อรถBusอีกต่อ จนถึง พระราชวังบางปะอิน
แล้วเราก็ลงมาจัดกลุ่มอีกครั้ง แล้วคุณครูก็เดินนำพวกเรา เดินดู (หรือจับ ถ้าทำได้) สถานที่ต่างๆ แล้วก็เล่าประวัติของสถานที่ต่างๆให้พวกเราฟัง
เนื่องจากผมจำได้ไม่หมด จึงขอแปะลิงค์ข้อมูลไว้แทนละกันนะครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99#_note-.E0.B8.AB.E0.B8.99.E0.B8.B1.E0.B8.87.E0.B8.AA.E0.B8.B7.E0.B8.AD
พอเดินดูที่ต่างๆไปเรื่อยๆ กลุ่มที่จัดไว้ก็เริ่มแตก แยกๆกันไปบ้าง เปลี่ยนกลุ่มบ้าง เหอๆ คือเละแล้วอะครับ
พอตอนเที่ยงเราก็แวะกินข้าวกัน แล้วก็กลับ เหมือนเดิมครับ เราเริ่มที่รถBusไปที่สถานีรถไฟ แล้วบนรถไฟนี้เองที่มีปัญหาเกิดขึ้น คงจำได้ว่านอกจากของที่ครูให้เอามาแล้ว ผมเพิ่มไปอีก 2 อย่าง คือกรรไกรกับมือถือ (กรรไกรใช้ตัดขนม ส่วนมือถือไว้เผื่อมีอะไรด่วน) ผมใส่มือถือไว้ที่ช่องข้างหน้าของกระเป๋านักเรียน (กระเป๋าเป็นแบบสะพายหลังนะครับ) บนรถไฟ ผมนึกเอะใจอะไรบางอย่าง เลยล้วงมือลงไปที่ช่องข้างหน้า เพื่อหยิบมือถือ แต่...ไม่มี
ใช่ครับ ไม่มีจริงๆ ผมเริ่มใจไม่ดี ลองควานหาอีกที ไม่เจอ ผมเลยลองค้นกระเป๋าดู ก็หาไม่เจอ ผมเลยขอยืมมือถือครูเพื่อโทรเข้าเครื่องตัวเอง (ตอนผมออกมาแบตเหลือ 3 ขีด มือถือยังเป็นรุ่นขาวดำอยู่ ผ่านไปครึ่งวันแบตไม่น่าหมด) แต่ ไม่ได้ สัญญาณเป็นแบบปิดเครื่อง ถึงตอนนี้ผมเริ่มแน่ใจแล้วว่า มือถือหาย
แต่ครูเขาจะขอค้นกระเป๋าที่โรงเรียนอีกที เพราะบนรถไฟค้นไม่สะดวก
อธิบายเสริมนิดนึง เวลาผมเดิน ผมจะสพายกระเป๋าไว้ข้างหลัง ดังนั้น ถ้าไครมายืนข้างหลังผมก็สามารถเปิดซิบ แล้วหยิบโทรศัพท์ไปอย่างง่ายดาย แต่ ในระหว่างที่เดิน ผมก็อยู่กับผู้ใหญ่ตลอด ข้างหลังก็จะมีอีกกลุ่มนึงอยู่แล้วผมก็ไม่เคยหยิบโทรศัพท์ออกมา ดังนั้น ผมจึงคิดไม่ออกเลยว่ามันจะหายไปได้ยังไง
พอถึงโรงเรียน คุณครูก็ค้นกระเป๋าผม แบบทุกซอกทุกมุม แล้วก็ อ้า เจอครับท่าน แต่อยู่ช่องค่างใน ซึ่งไม่ใช่ช่องที่ผมใส่ไว้ แต่อะ ไม่เป็นไร ตรงนี้ไม่ยาก ผมอาจจะเผลอใส่ช่องผิดก็ได้ แล้วครูเขาก็สงสัยว่าทำไมโทรไปแล้วมันไม่ดัง คุณครูก็เลยลองดูหน้าจอ ปรากฏว่าหน้าจอดับ เลยคิดว่าแบตหมด ผมขอโทรศัพท์จากครูมาถือ รู้สึกว่าเครื่องมันเบาแปลกๆ รู้สึกสังหรอะไรบางอย่างเลยแกะฝาหลังดู แล้วปรากฏว่า
.
.
.
แบตเตอร์รี่หายครับท่าน หายไปจริงๆ หายไปเลย แปลกมาก ตอนเจอโทรศัพท์สภาพมันก็ปิดดีเรียบร้อย จึงไม่น่าจะหลุดเองแน่นอน หาในกระเป๋าดูอีกทีก็ไม่เจอ แปลกครับแปลก สรุป เจอโทรศัพท์ แต่แบตหาย
นี่คือเรื่องแปลกๆที่ผมเจอ ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ผมคงไม่ถอดแบตมาวางเล่นแน่นอน หรือถ้าโดนขโมย ทำไมถึงเหลือเครื่องไว้ ไม่มีเหตุผลเลย สรุป เราก็หาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ แล้วผมก็ต้องซื้อแบตใหม่ T_T ดีที่ไม่เอาเครื่องใหญ่มา (N70) ไม่งั้น หายทั้งเครื่องแน่ๆ
อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนะครับ ต่อจากนั้นผมก็กลับบ้าน
อาทิตย์นี้ได้หยุด 4 วันล่ะ เปิดเรียนวันพุธ หุหุ
ยังไงฝนก็ยังคงตกอยู่กับรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
สวัสดีครับ